แม่ค้าออนไลน์ ได้รับ SMS ชวนทำงานผ่าน TIKTOK เล่นไป 3 ชั่วโมง สูญเงินล้านกว่า

แม่ค้าออนไลน์ ได้รับ SMS ชวนทำงานผ่าน TIKTOK เล่นไป 3 ชั่วโมง สูญเงินล้านกว่า


เมื่อช่วงสายของวันนี้ที่ 8 สิงหาคม 2565 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องขอความเป็นธรรมจาก นางสาว ขนิษฐา (สงวนนามสกุล) แม่ค้าออนไลน์ อายุ 21 ปี ได้แสดงหลักฐานแชทที่พูดคุยกับมิจฉาชีพพร้อมสลิป โอนเงินจำนวน 9 ครั้ง ความเสียหายสูงถึง 1,054,073 บาท ให้ผู้สื่อข่าวดูหลังถูกมิจฉาชีพส่ง sms ชวนทำงานผ่านแอพพิเคชั่นติ๊กต่อก โดยหลอกว่ามีรายได้ต่อวันสูงถึงวันละ 5,000 บาท หากสนใจให้แอดไลน์ไป ซึ่งนางสาวขณิฐา หลงเชื่อเห็นข้อความดังกล่าวแล้วเกิดสนใจเพราะเห็นว่าทำงานง่ายค่าตอบแทนสูง โดยที่ไม่ได้เอะใจว่าจะถูกหลอก 


นางสาวขนิษฐา ผู้เสียหาย ได้เล่าว่าเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 5 สิงหาคม ได้มีข้อความส่งมาทาง sms เข้ามาชวนให้ทำงาน ตนเห็นว่าเป็นการแอดไลน์ไม่ใช่ลิงก์ไม่น่าจะเสียหายอะไร ตนจึงติดต่อสอบถามขั้นตอนการทำงาน โดยมิจฉาชีพให้ตนกดติดตามและกดไลก์ในติ๊กต่อก ด็ยังได้ค่าตอบแทนครั้งละ 10 บาท โดยมีค่าสมัคร 100 บาท วันแรกที่ตนลงสมัครก็ได้กำไรมา 600 กว่าบาท ก็ดีใจเห็นว่าน่าจะเป็นรายได้เสริมได้ พอวันที่ 2 ตนเห็นว่าที่ผ่านมาได้กำไรดี เลยลงทุนเพิ่มขึ้นโดยโอนเงินค่าลงทุนเพิ่มไปอีก 3,990 บาท หลังจากนั้นมิจฉาชีพได้ออกอุบายว่าตนได้ภารกิจพิเศษจะได้ผลตอบแทนเยอะขึ้นให้โอนเงินเพิ่มอีก 12,000 บาท ตนหลงเชื่อจึงโอนเงินไปอีก เพราะคิดว่าได้ครั้งนี้จะถอนทุนออกมา แต่ทางมิจฉาชีพได้อ้างว่า ตนต้องเล่นให้ครบ 3 ภารกิจ จึงจะถอนเงินได้ ตนเห็นว่าลงทุนไปเยอะแล้วอยากได้เงินคืนตนก็เล่นต่อ พอเล่นครบ มิจฉาชีพ กับบอกว่าบอกว่าตนทำช้าผิดกติกาต้องโอนเงินมาอีก 40,000 กว่าบาท ตนก็เริ่มเอะใจและมีการซักถาม แต่กลับมีหน้าม้าในกลุ่มไลน์ออกมาบอกว่าให้ตนโอนเงินเพิ่มรอบนี้จะถอนเงินได้ ตนก็หลงเชื่อโอนเงินไปอีก สรุปวันเดียวไม่ถึง 3 ชั่วโมงโดนหลอกให้โอนเงินไป 1,054,073 บาท หลังจากที่ตนโอนเงินไปเยอะแล้ว  และก็มีเฟซบุ๊กปริศนาขึ้นมาทักบอกให้ตนหยุดโอนเงิน คุณกำลังถูกโกง ไม่มีทางได้เงินคืน และยังบอกอีกว่าไม่สามารถเปิดเผยตัวตนได้เพราะถ้าเปิดเผยเค้าอาจจะตายได้ ขบวนการดังกล่าวไม่ได้อยู่ในไทย

นางสาว ขนิษฐา เล่าต่ออีกว่า หลังจากเกิดเรื่องตนเดินทางไปแจ้งความที่ สภ.บางปู แต่ทางตำรวจแจ้งว่ายอดความเสียหายสูงเกินไปไม่รับแจ้งความ แนะนำให้ลงทะเบียนแจ้งความผ่านระบบออนไลน์แทน ซึ่งตนลงทะเบียนไว้เรียบร้อยแล้ว ส่วนเงินที่โอนให้มิจฉาชีพไปนั้นไม่ใช่เงินของตนด้วย เป็นเงินของญาติที่ฝากไว้ในบัญชีของตน ทางญาติเจ้าของเงินก็ทราบเรื่องแล้ว ซึ่งตนต้องชดใช้คืนเดือนละ 10,000 บาท เป็นเวลา 10 ปี ตนก็อยากฝากเตือนภัยไปถึงคนอื่นๆว่าให้มีสติในการกดเงินออกในแต่ละครั้ง ยิ่งถ้าไม่ใช่เงินของตัวเองอย่าไปยุ่งดีที่สุด



ภาพ / ข่าว : ผู้สื่อข่าวคลิกนิวส์ จ.สมุทรปราการ 






ติดต่อ โฆษณา

Contact : Click Marketting -

Clicknews-tv.net